แฟนผีเฮ!สื่อตีตกลงสัญญาส่วนตัวมาติชได้แล้ว

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสได้ร่วมงานกับลูกทีมเก่าอย่าง เนมานย่า มาติช ห้องเครื่อง เชลซี อีกครั้ง หลังสื่อท้องถิ่นเผย “ปีศาจแดง” ตกลงสัญญาส่วนตัวกับมิดฟิลด์ชาวเซิร์บเรียบร้อย โดยเหลือแค่เจรจราค่าตัวนักเตะกับ “สิงห์บลูส์” เท่านั้น

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อดังเกาะอังกฤษ รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า เนมานย่า มาติช กองกลาง เชลซี แชมป์ พรีเมียร์ลีก บรรลุสัญญาส่วนตัวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ร่วมลีก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอให้ 2 สโมสรตกลงค่าตัวกันเท่านั้น

มีรายงานว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” บรรลุข้อตกลง 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,575 ล้านบาท) กับ อาแอส โมนาโก ในการซื้อ ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ กองกลางตัวรับทีมชาติฝรั่งเศสเรียบร้อย โดยนักเตะจะเดินทางมาตรวจร่างกายในสัปดาห์หน้า ซึ่งส่งผลให้ เชลซี พร้อมไฟเขียว มาติช ย้ายออกจากถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซัมเมอร์นี้

โทรผ่านเน็ต ด้าน มาติช ต้องการกลับมาร่วมงานกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่กำลังมองหามิดฟิลด์ตัวตัดเกมคนใหม่ อีกครั้งเช่นกัน โดยมีกระแสข่าวว่า “เดอะ สเปเชียล วัน” ติดต่อพูดคุยกับแข้งวัย 28 ปีแล้ว แม้ เชลซี ต้องการค่าตัวถึง 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,800 ล้านบาท) หลังเป้าหมายหลักอย่าง เอริก ดายเออร์ ดาวเตะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ดูจะเป็นเรื่องยากเกินไป เนื่องจาก “ไก่เดือยทอง” ตั้งค่าตัวสูงถึง 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,250 ล้านบาท) เลยทีเดียว

Read related post at แฟนผีเฮ!สื่อตีตกลงสัญญาส่วนตัวมาติชได้แล้ว.

อันโตนิโอโวขุนค้อนเจ๋งพอซิวอันดับ7ซีซั่นหน้า

มิชาอิล อันโตนิโอ มิดฟิลด์ดาวดัง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ลั่น “ขุนค้อน” เจ๋งพอซิวที่ 7 ในฤดูกาลหน้า พร้อมยันฤดูกาลก่อนจบที่ 11 ไม่ใช่ความล้มเหลว

มิชาอิล อันโตนิโอ กองกลางคนเก่งของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แสดงความมั่นใจว่า ต้นสังกัดของตนมีศักยภาพสูงพอที่จะปิดฉากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลหน้า ที่อันดับ 7

ฤดูกาล 2016-17 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นฤดูกาลแรกในสนามเหย้าแห่งใหม่อย่าง ลอนดอน สเตเดี้ยม พวกเขาจบที่อันดับ 11 ในลีก ซึ่ง อันโตนิโอ มองว่า “ขุนค้อน” มีซีซั่นที่ไม่เลวทีเดียว เพราะมีคะแนนตามหลัง เซาธ์แฮมป์ตัน อันดับ 8 แค่แต้มเดียวเท่านั้น

“มองดูฤดูกาลที่แล้ว ผมไม่คิดว่า เรามีฤดูกาลที่เลวร้ายอะไรเลย เราจบที่อันดับ 11 ตามหลังอันดับ 8 แค่แต้มเดียว ซึ่งคุณไม่สามารถพูดได้หรอกว่า มันเป็นฤดูกาลที่เลวร้าย ทีมชุดนี้มีแคแรคเตอร์มากมาย ฤดูกาลที่แล้วหลายคนพูดถึงการตกชั้น แต่เราไม่เชื่อแบบนั้น”

โรงแรม สระแก้ว “เรารู้ดีว่า เรามีศักยภาพที่จะหลุดพ้นจากโซนอันตรายได้ ซึ่งเราก็อยากจะทำให้ดีขึ้นอีก นั่นคือเป้าหมายของเราสำหรับฤดูกาลหน้า เราเคยจบที่อันดับ 7 ในฤดูกาลก่อนหน้าฤดูกาลที่แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็ควรจะมองตรงจุดนั้นอีกครั้ง” ดาวเตะวัย 27 ปี กล่าว

For related content, please visit อันโตนิโอโวขุนค้อนเจ๋งพอซิวอันดับ7ซีซั่นหน้า.

MQDC ตอกย้ำวิธีการองค์กรด้าน Well-Being ส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยเปิดตัวบ้านอัจฉริยะยุคใหม่ “Home Intelligent System”

MQDC ให้ความสำคัญต่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้สุขภาพ และความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัย ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะเทคโนโลยีการพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคารที่อยู่อาศัย หรือ Indoor Air Quality (IAQ) ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมมักมองข้าม ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ของ MQDC ได้ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเพื่อส่งเสริมคุณภาพอากาศในอาคาร เพื่อผู้อยู่อาศัยในอาคารทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คุณภาพอากาศในอาคารที่อยู่อาศัยและในอาคารสำนักงาน ซึ่งปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นปัจจัยหนึ่งในการประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคาร และยังมีความสัมพันธ์กับการระบายอากาศ และการนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาในอาคาร ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทุกๆ องค์ประกอบมีความเชื่อมโยงกัน และส่งผลต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานของคนชูระบบ Health & Well-Being features ที่มี ERV หรือ ที่เรียกว่า Energy Recovery Ventilation ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายเทหมุนเวียนอากาศที่ดีเข้ามาเพื่อเพิ่มอ๊อกซิเจนในที่อยู่อาศัย ที่จะนำมาใช้ในโครงการวิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา – ท่าพระ จะเป็นโครงการแรกของประเทศไทย และของ MQDC ที่นำระบบ Home Intelligent System มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยส่งเสริมคุณภาพอากาศภายในที่อยู่อาศัย ลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และช่วยในการตระหนักถึงการใช้พลังงาน ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความสะดวกสบายและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ควบคุมทุกอย่างเพียงแค่ปลายนิ้วสร้างความตระหนักรู้ หมดกังวลด้วยระบบ Energy Measurement Unit หรือ EMU ที่รายงานค่าการใช้พลังงานไฟฟ้า รายวัน รายเดือน และรายปี ให้รับรู้และสามารถวางแผนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนค่าใช้จ่ายได้ด้วยตนเอง ผ่าน Smart Device ที่คุณมี

บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยและมิกซ์ยูสคุณภาพ แบรนด์แมกโนเลียส์ (Magnolias) และวิสซ์ดอม (Whizdom) เปิดตัวระบบการปฏิบัติการ FULLY- INTEGRATED HOME INTELLIGENT SYSTEM FOR WELL-BEING นวัตกรรมบ้านอัจฉริยะที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์แบรนด์ดีเอ็นเอหรือแก่นแท้ของแบรนด์ที่ว่าด้วยเรื่อง ‘Sustainnovation’ อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเปิดตัวนวัตกรรม การบูรณาการ การวัดค่าคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ หรือ Co2 และ ERV หรือ Energy Recovery Ventilation ซึ่งเป็นระบบปรับคุณภาพอากาศในอาคารเป็นรายแรกของไทยเสริมระบบบ้านอัจริยะ (Home Intelligent System) ให้สมบูรณ์แบบในทุกมิติการเอาใจใส่ส่งเสริมให้ลูกบ้านผู้อยู่อาศัย ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น (Well-being) ในทุกด้าน คือหัวใจการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ MQDC ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สามารถทำให้ “ชีวิต”ของผู้อยู่อาศัยสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น MQDC ยังพัฒนานวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย โดยเฉพาะคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality – IAQ) ซึ่งนับเป็น “ภัยร้าย” ที่แฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนผ่านการใช้ชีวิตในห้องปรับอากาศทั้งในเวลากลางวันกลางคืน ทั้งที่ทำงานและที่พักอาศัย MQDC จึงได้นำระบบ Home Intelligent System ที่เน้นการส่งเสริมด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยผ่านการพัฒนาระบบคุณภาพอากาศภายในโดยใช้ ERV หรือ ที่เรียกว่า Energy Recovery Ventilation ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกนวัตกรรมที่เป็นไฮไลท์สำคัญของระบบบ้านอัจฉริยะ ซึ่งช่วยให้เกิดการถ่ายเท หมุนเวียนอากาศที่ดีเข้ามาในที่อยู่อาศัยเพื่อเพิ่มปริมาณอ็อกซิเจนในห้องปรับอากาศให้เหมาะสมกับปริมาณผู้ที่อยู่อาศัย

ดร.จิตพัต ฉอเรืองวิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (The Research and Innovation for Sustainability Center– RISC) บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เปิดเผยว่า ซึ่งจากงานวิจัยของหน่วยงานที่เรียกว่า International Centre for Indoor Environment and Energy, Department of Civil Engineering, Technical University of Denmark พบว่าการอยู่ในห้องปรับอากาศ เป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากในห้องปรับอากาศนั้นจะมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากการหายใจออก การเผาผลาญของร่างกาย ของผู้อยู่อาศัยในห้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลต่อร่างกาย โดยส่งผลให้มีอาการเพลีย ง่วงนอน ปวดศรีษะ และเหนื่อยง่าย รวมถึงมีผลต่อการตัดสินใจ และประสิทธิภาพการทำงาน

ขณะที่ ระบบ ERV (Energy Recovery Ventilation) เป็นเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลท์สำคัญของ Home Intelligent System โดยระบบ ERV จะทำงานสัมพันธ์กับระบบอื่นๆ ของระบบเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ (Home Intelligent System) จะช่วยถ่ายเทให้ห้องที่เราอยู่มีอากาศที่มีคุณภาพที่ดีขึ้นและมีผลดีต่อสุขภาพ โดยระบบนี้จะตรวจวัดคุณภาพอากาศ (คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ หรือ CO2) ภายในห้องนอนและห้องนั่งเล่นตลอดเวลา หากพบว่ามีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 มากกว่าที่กำหนดไว้ ระบบจะทำการเชื่อมโยงอัตโนมัติไปยังเครื่อง ERV เพื่อเติมอากาศจากด้านนอกเข้ามาภายในห้อง และนำอากาศในห้องออกสู่ภายนอกบ้าน/อาคาร จนสภาพอากาศมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลดน้อยลงจนเหมาะกับการพักผ่อนที่มีคุณภาพ ปริมาณ CO2 และคุณภาพอากาศภายในอาคาร เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ เฉลี่ยแล้วคนใช้ชีวิตร้อยละ 90 ในการทำกิจกรรมอยู่ภายในอาคาร ดังนั้นหากอาคารมีการระบายอากาศที่ไม่เพียงพอจะทำให้สารระเหยหรือมลพิษในอากาศสะสมอยู่ภายในอาคารได้รวมทั้งปริมาณ CO2 ที่เกิดจากการหายใจเผาผลาญของร่างกายของผู้ใช้งานอาคาร ก็อาจสะสมจนมีปริมาณมากขึ้นจนกระทบต่อสุขภาพได้

“ทุกวันนี้เราอยู่ในห้องแอร์ปรับอากาศแทบจะตลอดเวลา ทั้งเวลาทำงาน ที่บ้าน ห้องนอน ซึ่งห้องปรับอากาศส่วนใหญ่จะไม่มีระบบอากาศหมุนเวียนจากภายนอกเข้ามา ทำให้เราหายใจเอาอากาศเก่าเข้า

ร่างกายตลอดเวลา ทำให้เรารับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งในเบื้องต้น ร่างกายจะไม่แสดงอาการอะไรออกมา จนกว่าจะเกิดการสะสมในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ มากมายเช่นความจำเสื่อมของผู้สูงอายุ หรือสมองพัฒนาล่าช้าสำหรับวัยเด็ก ฯลฯ” ดร.จิตพัต กล่าวและย้ำว่า หากใครที่ไม่มีระบบ ERV ก็สามารถเติมอ๊อกซิเจนเข้ามาในห้องนอนได้ ด้วยการแง้มประตู กระจก หรือเปิดเครื่องดูดอากาศในห้องนอนให้อากาศจากด้านนอกมีโอกาสไหลเวียนเข้ามาในห้องนอนเพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง ทั้งนี้ระดับค่าคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นระดับมาตรฐานที่จะมีผลกระทบน้อยต่อสุขภาพคือที่ระดับต่ำกว่า 1000 ppm (1 PPM =1 part per million หรือ 1 1 000 000 ส่วน) ระบบเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ (Home Intelligent System) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ MQDC จะนำมาติดตั้งในโครงการ วิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา-ท่าพระ ที่จะเปิดในช่วงไตรมาส 3 ปี 2561 เป็นโครงการแรก ซึ่งถือเป็นโครงการแรกในประเทศไทย และของ MQDC ที่ติดตั้งระบบพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality -IAQ)

ทั้งนี้ MQDC เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคารโดยทั้งตัวอาคารและห้องพักในทุกโครงการของ MQDC ถูกออกแบบให้มีอากาศถ่ายเทได้ดี เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับอากาศที่มีคุณภาพอย่างเต็มที่ ซึ่ง MQDC ถือเป็น ผู้พัฒนาอสังหาฯ รายแรกเพียงรายเดียวที่ให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคาร ตอกย้ำกลยุทธ์องค์กรด้าน Well-Being พัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้นในอย่างยั่งยืน

ทางด้าน คุณทรงพล พลรัฐ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DTGO) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ MQDC กล่าวว่า เรายังมีอีกระบบที่น่าสนใจคือระบบ Energy Measurement Unit หรือ EMU ซึ่งเป็นระบบแสดงผลอัตโนมัติ ผ่าน Smart Devices ต่างๆ ที่รายงานค่าการใช้พลังงานไฟฟ้า รายวัน รายเดือน และรายปี อีกทั้งยังเปิดให้ท่านสามารถตั้งเป้าหมายการใช้พลังงานในแต่ละเดือนได้ด้วยว่า จะจำกัดการใช้พลังงานไว้ที่งบประมาณเท่าไร โดยระบบจะแจ้งเตือนและแสดงให้เห็นปริมาณการใช้พลังงานเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตระหนัก การใช้พลังงานอย่างเหมาะสม และสนุกไปกับการประหยัดการใช้พลังงาน ที่เห็นผลลัพธ์ซึ่งจับต้องได้ในทุก ๆ วัน อีกด้วย

ทางด้านคุณพลณัฏฐ์ เฉลิมวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอโบตรอนส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซี่งเป็นพันธมิตรกับ MQDC ในการร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งการออกแบบระบบเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ Home Intelligent System เปิดเผยว่า บทบาทหน้าที่ของโอโบตรอนส์คือ การนำงานวิจัยที่คิดค้นได้จากศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (The Research and for Innovation Sustainability Center – RISC) มาดำเนินต่อทำให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้อย่างยั่งยืนต่อไป ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาและออกแบบระบบและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความสะดวกสบายและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นออกมาอีกมากมายอย่างแน่นอน

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์ www.mqdc.com

Please visit MQDC เน้นกลวิธีองค์กรด้าน Well-Being หนุนสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยเปิดบ้านอัจฉริยะยุคใหม่ “Home Intelligent System” for related article.

ชาวต่างชาติยังเชื่อมั่นในธุรกิจอสังหาฯเมืองไทย ทริลเลียน โกลบอล กลุ่มทุนสิงคโปร์ ทุ่มเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ลงทุนโครงการ ดิ เอส อโศก และ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์

ทริลเลียน โกลบอล บริษัทด้านการลงทุนอสังหาฯชั้นนำจากสิงคโปร์ ซึ่งมีพอร์ตการลงทุนในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในเอเชีย และยุโรป เชื่อมั่นในตลาดอสังหาฯเมืองไทย จับมือ บมจ. สิงห์ เอสเตท ลงทุนต่อเนื่องในโครงการคอนโดที่พัฒนาโดยสิงห์ เอสเตท รวมมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท

นายวิลเลียม โลค กรรมการผู้จัดการ ทริลเลียน โกลบอล กล่าวว่า “เนื่องจากประเทศไทยมีประสิทธิภาพที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน ในขณะที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ ในประเทศไทยยังมีมูลค่าไม่สูงนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เราจึงมองเห็นโอกาสการลงทุนในอสังหาฯในประเทศไทย ซึ่งน่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในอนาคต ทริลเลียนฯ เริ่มเป็นพันธมิตรกับ บมจ. สิงห์ เอสเตท ด้วยการลงทุนซื้อห้องชุดในโครงการดิ เอส อโศก คอนโดมิเนียม (Big Lot) เป็นที่แรก ใช้เงินลงทุนมูลค่ากว่า 900 ล้านบาท และได้รับผลตอบรับดีมาก หลังจากที่บริษัทฯ ได้นำโครงการฯ ไปโรดโชว์ในหลายๆ ประเทศในแถบเอเชีย อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์

ล่าสุดเราจึงตัดสินใจลงทุนเพิ่มในโครงการ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ลักชัวรี คอนโดมิเนียม โครงการใหม่ของ บมจ.สิงห์ เอสเตท มูลค่าทุนรวม 760 ล้านบาท ในเบื้องต้น โครงการดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนต่างชาติเช่นกัน เนื่องจากโครงการตั้งอยู่บนทำเลแยกอโศก-เพชรบุรี ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติอยู่แล้ว และยังเป็นส่วนหนึ่งของสิงห์ คอมเพล็กซ์ แฟล็กชิป มิกซ์ ยูส ของสิงห์ เอสเตทอีกด้วย”

ด้านนายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บมจ. สิงห์ เอสเตท กล่าวเสริมว่า “การร่วมทำธุรกิจกับทางทริลเลียน โกลบอล ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของทางบริษัท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดและการขายคอนโดของบริษัทฯ ในต่างประเทศ โดยมียอดการขายผ่านทางทริลเลียน ทั้งคอนโด ดิ เอส อโศก และ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ทั้ง 2 โครงการ รวม 1,660 ล้านบาท ทั้งนี้จึงส่งผลให้คอนโด ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ทำยอดจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนได้เกินเป้าหมายที่เราตั้งไว้ โดยปัจจุบัน มียอดจองรวมกว่า 80% มูลค่ากว่า 3,300 ล้านบาท ซี่งเป็นยอดจองจากต่างชาติมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท”

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาฯ โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจและการลงทุนผ่านการซื้อที่ดินในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงและการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพภายใต้แนวคิด “Best in Class” ควบคู่ไปกับการลงทุน หรือร่วมลงทุนในธุรกิจหรือทรัพย์สินที่มีศักยภาพการก้าวหน้าสูง โดยมีวัตถุประสงค์คือ การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์โครงการที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ด้วยความประณีต เพื่อสร้างไลฟ์สไตล์ใหม่ ที่ครบถ้วนทั้งการพักอาศัย พักผ่อน ทำงาน และชอปปิ้ง รวมถึงสร้างการเติบโต และส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งจากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สิงห์ เอสเตทมีสินทรัพย์ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัทย่อย และกิจการร่วมค้า ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ในธุรกิจหลัก 3 ส่วน คือ ธุรกิจอาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก, ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่พักอาศัย

The Lighthouse
อาคารสำนักงานซันทาวเวอร์ส
โครงการมิกซ์ยูส สิงห์ คอมเพล็กซ์
ธุรกิจที่พักอาศัย

คอนโดมีเนียม The ESSE Asoke
คอนโดมีเนียม The ESSE at Singha Complex
คอนโดมีเนียม บริเวณ ซ.สุขุมวิท 36
โครงการที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ Santiburi Residences
โครงการที่พักอาศัยภายใต้ชื่อ Nirvana
ธุรกิจโรงแรม

โรงแรม Santiburi Beach Resort & Spa, Samui
โรงแรม Phi Phi Island Village Beach Resort
กลุ่มโรงแรมในประเทศอังกฤษ 29 แห่ง

Please visit ชาวต่างชาติยังเชื่อมั่นในธุรกิจอสังหาฯประเทศไทย ทริลเลียน โกลบอล กลุ่มทุนสิงคโปร์ ทุ่มเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ลงทุนโครงการ ดิ เอส อโศก และ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ for related article.

หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร หนึ่งในโครงการสำคัญของ ICONSIAM ผ่าน EIA แล้ว

หนึ่งในสุดยอดไฮไลท์ของ ICONSIAM ที่ปิดกันอยู่นานนนนน ก็คือ “หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร” ซึ่งได้มีการประทับตรา EIA ตั้งแต่ช่วงก.ค.ที่ผ่านมา ตามแผนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุน
เดิมวางไว้ว่าน่าจะเปิดตัวช่วงปลายปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ต้องมาลุ้นกันหน่อยว่าจะได้เปิดปีนี้มั้ย

จากรายงาน EIA ระบุว่า ขนาดพื้นที่โครงการ 4-3-15.3 ไร่ ประกอบด้วยส่วนชั้นใต้ดินจำนวน 2 ชั้น และส่วนฐานอาคาร (Podium) สูง 4 ชั้น เชื่อมกับหอชมเมืองที่สูง 24 ชั้น รวมๆ แล้วสูงราว 459 เมตร โดยด้านบนหอคอยเป็นที่ประดิษฐ์สถาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์, ศูนย์การเรียนรู้, และจุดชมวิว

Read related content at หอชมเมืองกรุงเทพฯ หนึ่งในโครงการสำคัญของ ICONSIAM ผ่าน EIA แล้ว.

คมนาคมเร่ง เชื่อม เตาปูน-บางซื่อ หมายเปิดไม่เกิน ส.ค. นี้ [ความคืบหน้ารถไฟฟ้า]

เรียกได้ว่ารีบกันสุดๆ สำหรับรอยต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เตาปูน-บางซื่อ ที่ขาดกันไป 1.2 ก.ม. ล่าสุดทางจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ ก็ได้อสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนเผยว่า ปัจจุบันการติดตั้งงานระบบไฟฟ้าตามสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ระยะที่ 1 มีการรุดหน้าในภาพรวมร้อยละ 74.77 เร็วกว่าแผนงานร้อยละ 31.77 ทั้งนี้ ประกอบด้วย

ระบบอาณัติสัญญาณ (Signaling System) มีความก้าวหน้าร้อยละ 73.76
ระบบสื่อสาร (Communication System) มีความก้าวหน้าร้อยละ 58.61
ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้า (Power Supply System) มีความก้าวหน้าร้อยละ 55.31
ระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (Automatic Fare Collection System) มีความก้าวหน้าร้อยละ 100
สำหรับการติดตั้งระบบรถไฟฟ้าจะสามารถดำเนินการเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2560 และเริ่มทดสอบระบบฯ เดือนมิถุนายน 2560 ซึ่ง รฟม.จะจัดอบรมพนักงานเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการเดินรถไฟฟ้าในช่วงสถานีดังกล่าว ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2560

หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผน รฟม.จะทดลองเดินรถไฟฟ้าเสมือนจริง (Trail running) ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม 2560 และสามารถเปิดให้เซอร์วิสเดินรถไฟฟ้าเดือนสิงหาคม 2560

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

Read related article at คมนาคมเร่ง เชื่อม เตาปูน-บางซื่อ หวังเปิดไม่เกิน ส.ค. นี้ [ความคืบหน้ารถไฟฟ้า].

อนันดาฯ ตรวจสอบคุณภาพงานปลูกสร้าง โครงการไอดีโอ โมบิ บางซื่อ แกรนด์ อินเตอร์เชนจ์ พร้อมเข้าอยู่กันยายน

คุณสันทัด ณัฎฐากุล กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่สายงานควบคุมการผลิต บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN (ที่ 3 จากขวา) พร้อมด้วยคุณวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้รับเหมางานก่อสร้าง และงานด้านสถาปัตยกรรม(ที่ 4 จากขวา) และคุณนคร แสนยาสิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีม คอนสตรัคชั่น แมเนจเมนท์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านงานก่อสร้าง (ที่ 4 จากซ้าย) และคณะผู้บริหาร เข้าตรวจตัวแทนอสังหาริมทรัพย์
ความก้าวหน้าการก่อสร้าง โครงการคอนโด ไอดีโอ โมบิ บางซื่อ แกรนด์ อินเตอร์เชนจ์ พัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียม High-Rise สูง 32 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวมจำนวนยูนิตสำหรับพักอาศัย 661 ยูนิต ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เข้าถึงทุกความทันสมัย เชื่อมต่อทุกการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า 3 สาย ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง สายสีน้ำเงิน และสายสีแดง โดยห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีเตาปูนเพียง 300 เมตร ภายในโครงการครบครันด้วยระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ สระว่ายน้ำ Infinity Edge Pool และ Art Deco Sky Lounge บนชั้น 32 ซึ่งในขณะนี้การสร้างมีความก้าวหน้าเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ และคิดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน กันยายน นี้

ข้อมูลเพิ่มเติม :

ไอดีโอ โมบิ บางซื่อ แกรนด์ อินเตอร์เชนจ์ คอนโดมิเนียม High-Rise สูง 32 ชั้น คอนโดที่พัฒนาภายใต้แนวคิด “เชื่อมต่อทุกการเดินทางให้ง่ายกว่าด้วย Triple Station” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เข้าถึงทุกความทันสมัย เน้นการดีไซน์โครงการแบบ Futuristic Art Deco และพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ด้วยจำนวนยูนิต 661 ยูนิต ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าถึง 3 สาย โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง สายสีน้ำเงิน และสายสีแดง โดยห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีเตาปูนเพียง 300 เมตร ซึ่งมีห้องชุดให้ผู้พักอาศัยสามารถเลือกได้ทั้งหมด 6 รูปแบบด้วยกัน ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.19 ล้านบาท ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ สระว่ายน้ำ Infinity Edge Pool บนชั้น 32 Art Deco Sky Lounge ฟิตเนส ห้องสมุด ล็อบบี้ และStack Garden ที่เชื่อมต่อสวนขนาดใหญ่ ฯลฯ ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยยุคใหม่ที่กำลังมองหาสะดวกด้วยที่ตั้งบนจุดศูนย์กลางการเดินทาง

Please visit อนันดาฯ ตรวจสอบคุณภาพงานสร้าง โครงการไอดีโอ โมบิ บางซื่อ แกรนด์ อินเตอร์เชนจ์ พร้อมเข้าอยู่กันยายน for more content.

กคช.มอบผลการศึกษา โครงการส่งเสริมสมรรถนะให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 จังหวัด

การเคหะแห่งชาติ นำโดย นางพิมพ์พรรณ นาวีปัญญาธรรม ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต ได้มีการจัดประชุมมอบผลการเรียนของโครงการส่งเสริมสมรรถนะให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใต้โครงการจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและแผนป้องกันแก้ไขชุมชนแออัดปี 2559 ในกลุ่มภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการฯ และรายงานฉบับสมบูรณ์ พร้อมมอบวุฒิบัตรให้กับผู้เข้ารับการอบรมทั้ง 4 จังหวัด

โดยมี นายสุพจน์ วงศ์สิงห์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม, นางณิทฐา แสวงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี, นายธีรชัย ทศรฐ ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี และนางเบญจวรรณ เปรมประยูร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาญจนบุรี เป็นผู้มอบผลการเรียนของโครงการดังกล่าว และมอบวุฒิบัตรให้กับผู้เข้ารับการอบรม นอกจากนี้ ได้มีการสร้างเสริมตัวแทนอสังหาริมทรัพย์มิตรสัมพันธ์อันดีกับหน่วยงานท้องถิ่น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโครงการของการเคหะแห่งชาติตั้งอยู่ เมื่อเร็วๆ นี้

Read related content at กคช.ส่งมอบผลการศึกษาเล่าเรียน โครงการส่งเสริมสมรรถนะให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 จังหวัด.

BTS-Sansiri ก้าวหน้าสร้าง Skywalk เชื่อมเข้าโครงการ The Line จตุจักร-หมอชิต

นาย กวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ที่สองจากซ้าย) และนายรังสิน กฤตลักษณ์ กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ (ที่หนึ่งซ้าย) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ (ที่สองจากขวา) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และนางสาววรางคณา อัครสถาพร ผู้จัดการทั่วไป (ที่หนึ่งขวา) บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้ง กรุ๊ป พร้อมกับ นายฤทธิ์ชาร์ด ดีอำมาตย์ กรรมการผู้จัดการ (กลาง) บริษัท พี เค อี ที จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างในส่วนโครงการ “เดอะ ไลน์ จตุจักร – หมอชิต สกายวอล์ค” ร่วมลงชื่อในสัญญางานก่อสร้างทางเชื่อมในช่วงระหว่างสถานีบีทีเอสหมอชิตและโครงการเดอะ ไลน์ จตุจักร – หมอชิต ซึ่งได้รับใบอนุญาตก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นเส้นทางเชื่อมต่อสู่ระบบขนส่งมวลชนต่างๆ โดยรอบโครงการ เดอะ ไลน์ จตุจักร – หมอชิต ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้ามหานครหรือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT

THE LINE JATUJAK – MOCHIT) คอนโดมิเนียมโครงการแรกภายใต้ความร่วมแรงร่วมใจระหว่างแสนสิริและบีทีเอส คาดว่าตัวแทนอสังหาริมทรัพย์จะเสร็จในเดือนกันยายน 2560 ส่วนทางเชื่อม เดอะ ไลน์ จตุจักร – หมอชิต สกายวอล์ค คาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นปี 2561

For related article, please visit BTS-Sansiri รุดหน้าปลูกสร้าง Skywalk เชื่อมเข้าโครงการ The Line จตุจักร-หมอชิต.

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ทุ่มงบประมาณลงทุนกว่า 1,700 ล้านบาท ปักหมุดโครงการใหม่แหล่งใจกลางรัชดา “มาเอสโตร 19 รัชดา19-วิภา (MAESTRO19 RATCHADA19-VIPHA)”

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาฯแบบครบวงจรมากว่า 18 ปี เปิดตัวโครงการ มาเอสโตร 19 รัชดา19-วิภา (MAESTRO 19 RATCHADA 19-VIPHA) คอนโดมีเนียมแบบโลวไรส์ (Low Rise) โครงการที่ 8 ในกลุ่มมาเอสโตร เรสซิเดนซ์ (MAESTRO RESIDENCES)บนทำเลทองใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 1,700 ล้านบาท โดดเด่นด้วยการดีไซน์ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘อินดัสเตรียล เอลลิแกนท์’ (Industrial Elegance) สะท้อนนิยามการใช้ชีวิตที่มีคุณค่าอย่างพิถีพิถันและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแบบฉบับของคนเมือง เปิดให้ชมห้องตัวอย่างได้ที่โครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2560 และมีงาน Pre-sale ในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2560 พร้อมมอบสิทธิพิเศษส่วนลดเงินสด 10,000 บาทสำหรับผู้ลงทะเบียนผ่านออนไลน์

นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทฯ ได้เห็นซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดถึงโอกาสทางธุรกิจของพื้นที่ทำเลที่ตั้งแถบรัชดาที่นับว่ากำลังถูกพัฒนาให้เป็นย่านธุรกิจแห่งใหม่หรือ New CBD ด้วยการเข้าถึงของ MRT และแวดล้อมไปด้วยย่านธุรกิจที่สำคัญ เช่น อาคารสำนักงาน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตึก AIA Capital Center ตึกเมืองไทย–ภัทร สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมไปถึงแหล่งจับจ่ายของคนเมือง อาทิ ตลาดนัดรถไฟรัชดา เอสพลานาด รัชดาฯ เดอะ สตรีท รัชดา ตลาดห้วยขวาง เซ็นทรัล พระราม 9 ร้านอาหาร และคาเฟ่ที่มีให้เลือกสรรอย่างหลากหลาย โดยมูลค่าพื้นที่บริเวณโครงการได้สูงขึ้นมากกว่าเกือบ 30% เมื่อเทียบกับช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จึงถือว่าคุ้มค่ามากกับการเลือกลงทุน”

มาเอสโตร 19 รัชดา19-วิภา (MAESTRO 19 RATCHADA 19-VIPHA) เป็นคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์ (Low Rise) ความสูง 8 ชั้น บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ พรั่งพร้อมด้วยพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุดภายใต้แบรนด์ มาเอสโตร เรสซิเดนซ์ (MAESTRO RESIDENCES) โดดเด่นด้วยการดีไซน์ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘อินดัสเตรียล เอลลิแกนท์’ (Industrial Elegance) ให้ความรู้สึกเท่ห์แต่ยังคงความหรูหรา มีความแตกต่างอย่างลงตัว แต่ยังคงเอกลักษณ์ ‘Classic With A Modern Twist’ ของแบรนด์มาเอสโตร เรสซิเดนซ์ (MAESTRO RESIDENCES) ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมคลาสสิคแบบยุโรปกับเส้นสายทันสมัยเข้าไว้ด้วยกัน โดยห้องชุดแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ประเภท 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน หน้าห้องกว้าง 5-12 เมตรและประตูบานเลื่อนที่สามารถปรับได้ตาม function การใช้งานและ Layout แบบหลากหลาย พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นคลับเฮาส์ครบวงจร ประกอบด้วย ห้องสมุด, พื้นที่สร้างสรรค์งาน (Co-Working Space), ห้องสตีมและห้องซาวน่า, ฟิตเนสและลานโยคะ (Yoga Terrace Area), และสระว่ายน้ำยาวถึง 25 เมตร ลานบาร์บีคิวบนดาดฟ้าอาคารพักอาศัยทั้ง 4 อาคาร ทางวิ่งออกกำลัง (Jogging Track) และสวนขนาดใหญ่ รวมถึงบริการรถรับส่ง (Shuttle service) เป็นต้น

“กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการนี้จะเน้นไปที่ครอบครัวขนาดเล็กและคนวัยทำงานที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองหรือลงทุนด้วยทำเลที่อยู่ใจกลางย่านธุรกิจ การเดินทางออกได้หลายเส้นทาง และใกล้ออฟฟิศต่างๆ อีกทั้ง มาเอสโตร 19 รัชดา19-วิภา เป็นโครงการที่มีพื้นที่มากที่สุด และ สิ่งอำนวยความสะดวก (Facility) จัดเต็มที่สุดของมาเอสโตร เรสซิเดนซ์ (MAESTRO RESIDENCES) ที่คุ้มค่ากับราคา” นางสาวเพชรลดากล่าว

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ พิถีพิถันในการดีไซน์โดยใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และบ่งบอกถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่ผ่านที่อยู่อาศัย เริ่มตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้งการจัดตั้งโครงการ ซึ่ง มาเอสโตร 19 รัชดา19-วิภา (MAESTRO 19 RATCHADA 19-VIPHA) ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ ด้วยจำนวนห้องชุดทั้งหมด 560 ยูนิต บนทำเลที่ตั้งใจกลางกรุงเทพมหานคร เดินทางสะดวกสบายเพียง 650 เมตรจากตัวโครงการฯ ถึงสถานี MRT รัชดาภิเษก พร้อมบริการรถรับ-ส่งจากโครงการ และเส้นทางเชื่อมต่อด้วยรถยนต์ส่วนตัวที่สามารถเข้าออกได้หลายเส้นทางเชื่อมต่อไปยัง ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนรัชดาภิเษก และถนนลาดพร้าว

โครงการ มาเอสโตร 19 รัชดา19-วิภา เป็นโครงการที่ 8 ในกลุ่มมาเอสโตร เรสซิเดนซ์ (MAESTRO RESIDENCES) ซึ่งโครงการที่เปิดตัวไปทั้งหมดก่อนหน้านี้ได้แก่ มาเอสโตร 01 สาทร-เย็นอากาศ, มาเอสโตร 02 ร่วมฤดี, มาเอสโตร 03 รัชดา-พระราม 9, มาเอสโตร 07 อนุสาวรีย์ชัยฯ, มาเอสโตร 12 ราชเทวี, มาเอสโตร 14 สยาม-ราชเทวี, , , , และ มาเอสโตร 39 สุขุมวิท 39 ซึ่งโครงการมาเอสโตร 19 รัชดา19-วิภาเปิดให้ชมห้องตัวอย่างได้ที่โครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2560 และมีงาน Pre-sales ในวันที่ 24 – 25 มิถุนายน 2560 พร้อมมอบสิทธิพิเศษส่วนลดเงินสด 10,000 บาท

สำหรับผู้ลงทะเบียนผ่านออนไลน์ ผู้ที่สนใจโครงการสามารถติดต่อได้ที่ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) โทร 02-116-1111 หรือ เว็บไซต์ http://www.mde.co.th

Read more article at เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ทุ่มงบประมาณลงทุนกว่า 1,700 ล้านบาท ปักหมุดโครงการใหม่ย่านใจกลางรัชดา “มาเอสโตร 19 รัชดา19-วิภา (MAESTRO19 RATCHADA19-VIPHA)”.